ดูแลด้วยรัก

ซีซาร์® บัดดี้ขออาสาเป็นเพื่อนคู่หูที่จะคอยดูแลเจ้าตัวน้อยให้เติบโตแข็งแรงมีสุขภาพกายและใจที่ดี สมวัยด้วยเทคนิคและเคล็ดลับการดูแลน้องหมาด้วยความรักความผูกพัน ให้คุณและเค้าได้มีช่วงเวลาที่ ดีที่พิเศษร่วมกัน

เทคนิคฝึกน้องหมาให้ได้ผลด้วยการเลือกใช้โทนเสียงที่ถูกต้อง

โทนเสียงของผู้เลี้ยงที่แตกต่างกัน จะทำให้น้องหมารู้สึกต่างกันอย่างไรนะ ไปติดตามกันเลย

1089




     เคยสงสัยไหมคะว่า น้องหมารับรู้อารมณ์และความรู้สึกของเจ้าของได้ยังไง จริง ๆ แล้วพวกเขาเข้าใจและแปลความหมายของคำที่เราพูดออกไปได้จริงรึเปล่า ...  

     ในการสื่อสารระหว่างเจ้าของและน้องหมา น้องหมาจะเข้าใจและจดจำคำพูดรวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เจ้าของต้องการสื่อผ่านสิ่งที่พวกเค้าทำ ด้วยโทนเสียงของเจ้าของและอาการที่เจ้าของแสดงออกค่ะ เช่น เวลาเรากลับไปบ้านแล้วทักทายเจ้าตัวน้อย "เป็นยังไงบ้านลูก" น้ำเสียงที่ใช้มีลักษณะแหลมสูง พร้อมกับท่าทางที่เป็นมิตร เมื่อน้องหมาได้ยินแล้วก็จะรู้สึกตื่นตัว หรือการใช้เสียงร้องแบบเบา ๆ เสียงคล้าย ๆ ลูกหมาตัวเล็ก ๆ พวกเค้าก็จะเข้าใจว่าเราเป็นเพื่อนเล่นของเค้า จะรู้สึกไม่เกรงกลัวและกล้าเข้าหา

     หรือถ้าหากเจ้าตัวน้อยทำในสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างเช่น การกัดแทะรองเท้า เมื่อเราเห็นเราต้องการให้น้องหมาหยุดพฤติกรรมนั้น เราใช้วิธีสั่ง "หยุด!!!" “ไม่” ด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ นิ่งสงบ แต่แสดงถึงอำนาจ พร้อมกับชี้นิ้วไปที่รองเท้าที่เจ้าตัวน้อยกำลังแทะ น้ำเสียงที่ดังหนักแน่นจะทำให้น้องหมาหยุดพฤติกรรมที่ทำอยู่ ที่สำคัญควรใช้คำสั่งสั้นๆมากกว่าประโยคยาวๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น หรืออาจจะใช้เพียงเสียงที่ไม่มีความหมายอย่าง “ชู่ว์” ก็ได้เช่นกัน ผู้เลี้ยงจะเห็นได้ว่าน้องหมาจะสามารถเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่เค้าทำและโทนเสียงในการออกคำสั่งของเจ้าของได้ นั่นจึงทำให้น้องหมารู้ว่าเวลาไหนที่เจ้าของชื่นชม หรือกำลังดุเค้าอยู่ค่ะ ... เรียกง่าย ๆ ว่า น้ำเสียงของเจ้าของมีผลเชื่อมโยงถึงพฤติกรรมของน้องหมานั่นเอง

     ดังนั้น ในการฝึกเจ้าตัวน้อยให้เชื่อฟังคำสั่ง "น้ำเสียง" จึงมีผลมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ... ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า ถ้าอยากฝึกน้องหมาให้ได้ผล จะต้องใช้น้ำเสียงหรือโทนเสียงอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันเลยค่ะ

     สำหรับโทนเสียงที่เหมาะในการฝึกเจ้าตัวน้อยให้ทำตามคำสั่งมากที่สุดคือ "โทนเสียงที่นิ่งและหนักแน่น" เพราะการใช้เสียงในลักษณะนี้เป็นโทนเสียงเดียวกับเสียงเห่าของน้องหมาที่แสดงถึงอำนาจในการสั่่งการ ซึ่งในการฝึกเวลาใช้โทนเสียงนี้ในการออกคำสั่ง เริ่มแรก น้องหมาอาจจะยังไม่ทำตามโดยทันทีทันใด เจ้าของจะต้องสั่งย้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้องหมาจะทำตามค่ะ และเมื่อน้องหมาทำตามแล้วควรชื่นชมด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบพร้อมกับลูบเบา ๆ บริเวณข้างลำตัวเพื่อเป็นการสื่อสารกับเจ้าตัวน้อยว่าสิ่งที่เค้าทำนั้นถูกต้องและเป็นสิ่งที่ดีค่ะ

     ส่วนน้ำเสียงที่ควรใช้เมื่อต้องการให้เจ้าตัวน้อยหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็คือ “น้ำเสียงโทนต่ำ” ซึ่งถ้าอธิบายในเชิงพฤติกรรมน้องหมา ก็จะเหมือนการขู่คำราม เป็นการแสดงออกที่หมายความว่าให้หยุดพฤติกรรมที่กำลังทำอยู่นั่นเองค่ะ

     สำหรับผู้เลี้ยงที่อยากกระตุ้นให้เจ้าตัวน้อยตื่นตัวและแอคทีฟเวลาทำกิจกรรม อาจใช้น้ำเสียงโทนแหลมสูง เพื่อช่วยให้พวกเค้ารู้สึกสนุกกับการทำกิจกรรมมากขึ้นนะคะ ^_^

     นอกจากนี้ยังมีอีก 1 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คำสั่งของผู้เลี้ยงได้ผลดียิ่งขึ้น นั่นก็คือ คำสั่งที่ใช้ควรเป็นคำสั่งสั้น ๆ แค่ 2-3 พยางค์ เท่านั้น และไม่ควรเปลี่ยนคำสั่งบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เจ้าตัวน้อยสับสนได้ง่ายนั้นเองค่ะ

     ดังนั้นถ้าอยากฝึกน้องหมาให้ได้ผลก็ควรเลือกใช้โทนเสียงให้เหมาะสมด้วยนะคะ เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ มองข้ามไม่ได้เป็นอันขาดเลยนะคะ ขอบอก แล้วลองนำเคล็ดลับการเลือกใช้โทนเสียงไปฝึกกับเจ้าตัวน้อยที่บ้านกันดูนะคะ ^_^